Color sand self-leveling : พื้นอีพ็อกซี่ทรายสี ปรับระดับ พื้นตกแต่งสวยงาม มีเม็ดทรายสีในเนื้อ
“ที่สุดแห่งความงามและดีไซน์ ผสานความแกร่งระดับอุตสาหกรรม”
คุณสมบัติเด่น (Key Features)
ดีไซน์สวยงามหรูหรา (Aesthetic & Decorative): โดดเด่นด้วยเกล็ดทรายสีสันสดใสที่เรียงตัวกันอย่างมีมิติ สร้างผิวสัมผัสที่ดูพรีเมียม
สร้างสรรค์ลวดลายได้อิสระ : สามารถผสมเฉดสีและออกแบบลวดลายกราฟิกบนพื้นได้หลากหลาย (Patterned Surfaces) ตอบโจทย์งานดีไซน์เฉพาะตัว
แข็งแกร่งทนทาน : ทนทานต่อการสึกหรอ (Wear Resistance) และการกัดกร่อนจากสารเคมี (Corrosion Resistance) ได้ดีเยี่ยม
ปลอดภัยและได้ระนาบ: พื้นผิวมีความเรียบเนียนสม่ำเสมอ แต่ยังคงไว้ซึ่งผิวสัมผัส (Roughness) ที่ช่วยป้องกันการลื่นไถลได้เป็นอย่างดี
พื้นที่การใช้งานที่แนะนำ (Recommended Applications)
เหมาะสำหรับสถานที่ที่ต้องการ “ภาพลักษณ์ที่สวยงาม” ควบคู่ไปกับ “ความทนทานสูง” (High Mechanical Performance & Aesthetics)
โดยเฉพาะกลุ่มสถานที่ระดับไฮเอนด์ (High-end Venues) เช่น :
พื้นที่เชิงพาณิชย์ : ห้างสรรพสินค้า, โชว์รูมรถยนต์, ศูนย์แสดงสินค้า (Exhibition Halls)
โรงงานมาตรฐานสูง : โรงงานผลิตเครื่องสำอาง, โรงงานเภสัชกรรม (ยา), และโรงงานยาสูบ
อาคารสำนักงานและล็อบบี้ : ที่ต้องการความสวยงามเป็นพิเศษ








ขั้นตอนการติดตั้งมาตรฐาน (Installation Process)
1. การเตรียมพื้นผิว (Surface Preparation) : ตรวจสอบสภาพพื้นผิวเดิม จากนั้นดำเนินการขัดพื้น ซ่อมแซมรอยแตกร้าว และทำความสะอาดกำจัดฝุ่นให้เรียบร้อย
เพื่อให้พื้นพร้อมสำหรับการยึดเกาะ
2. การลงรองพื้น (Epoxy Primer) : ลงน้ำยารองพื้นอีพ็อกซี่จำนวน 1-2 เที่ยว ด้วยวิธีกลิ้งหรือพ่น เพื่อเสริมประสิทธิภาพการยึดเกาะและช่วยปิดรูพรุนของพื้นคอนกรีต
3. การติดตั้งชั้นทรายสี (Color Quartz Sand Application) : ผสมทรายควอตซ์สีกับอีพ็อกซี่เรซิ่นชนิดใส (Transparent Resin) ตามอัตราส่วนที่กำหนด
จากนั้นใช้เกรียงหรือเครื่องเกลี่ยทราย (Sand Spreader) ปาดเกลี่ยให้ทั่วถึงและสม่ำเสมอ โดยปกติจะติดตั้งที่ความหนาประมาณ 3-5 มม.
4. การเคลือบปิดผิวชั้นแรก (First Sealing) : หลังจากชั้นทรายแห้งตัว (ประมาณ 24 ชั่วโมง) ให้ทำการเคลือบด้วยน้ำยา Topcoat ชนิดใส รอบที่ 1 ด้วยการกลิ้งหรือปาด
เพื่อล็อกเม็ดทรายและอุดร่องรูพรุนระหว่างเม็ดทราย
5. การเคลือบปิดผิวชั้นที่สอง (Second Sealing) : ทิ้งระยะเวลา 12-24 ชั่วโมง แล้วทำการเคลือบ Topcoat ชนิดใส รอบที่ 2 เพื่อให้พื้นผิวเรียบเนียนสนิท
เพิ่มความเงางาม และเสริมความทนทานต่อการสึกหรอ
6. (ทางเลือกเสริม) การเคลือบผิวพิเศษ (Optional Finishing) : สามารถเคลือบทับหน้าชั้นสุดท้ายด้วย “โพลียูรีเทนสูตรน้ำชนิดด้าน (Water-based Polyurethane
Matte Finish)” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันรอยขีดข่วน (Scratch Resistance) และช่วยป้องกันคราบสกปรกฝังแน่น (Stain Resistance) ได้ดียิ่งขึ้น
ข้อมูลจำเพาะและคุณสมบัติทางเทคนิค
มุมมองส่วนการก่อสร้าง

