Sealed curing agent floor system : ระบบพื้นเคลือบแข็งคอนกรีต
“เปลี่ยนคอนกรีตเดิม ให้แกร่ง เงางาม และคุ้มค่าที่สุด”
คุณสมบัติเด่น (Key Features)เสริมแกร่งรอบด้าน : ช่วยเพิ่มค่าความแข็งของผิวหน้าคอนกรีต (Surface Hardness) ให้ทนทานต่อการสึกหรอ รอยขีดข่วน พร้อมคุณสมบัติป้องกันน้ำและคราบน้ำมันซึมผ่าน
ความเงางามที่ยั่งยืน : ผิวหน้ามีความมันเงาสวยงาม และที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ “ยิ่งใช้งาน พื้นยิ่งเงางามขึ้น” (becomes even more so with prolonged use)
ปลอดภัยและเป็นเนื้อเดียวกับพื้น : น้ำยาจะซึมลึกลงไปทำปฏิกิริยากับคอนกรีต (Fully permeable) ทำให้ “หมดปัญหาพื้นลอกล่อน” (No peeling/flaking) ปลอดภัย ไร้สารพิษ (Non-toxic) เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ลามไฟ
รวดเร็วและคุ้มค่า : ใช้เวลาติดตั้งสั้น ไม่ซับซ้อน ช่วยประหยัดงบประมาณ (Economical) ถือเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุด(High Cost-effectiveness)
พื้นที่การใช้งานที่แนะนำ (Recommended Applications)
เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ต้องการความทนทานและการดูแลรักษาง่าย เช่น :
โรงงานอุตสาหกรรมและเวิร์กช็อป (Factory workshops)โกดังและศูนย์กระจายสินค้า (Warehouses & Logistics centers)
ลานจอดรถและอาคารจอดรถ (Parking lots & Garages) ห้างสรรพสินค้า (Shopping centers) ศูนย์ซ่อมบำรุง (Maintenance centers)








ขั้นตอนการติดตั้งระบบพื้นเคลือบแข็ง (Installation Process)
1. การเตรียมพื้นผิวและซ่อมแซม (Preparation & Repair) :ทำความสะอาดพื้นผิวให้เกลี้ยง ขจัดเศษวัสดุ คราบน้ำมัน สีเก่า หรือน้ำยาบ่มปูนเดิมออกให้หมด หากพบรอยร้าวหรือหลุม (Potholes) ให้ทำการซ่อมแซมให้เรียบร้อย และทิ้งไว้ให้ปูนซ่อมเซ็ตตัวแห้งสนิทหลายวันก่อนเริ่มงาน
2. การขัดปรับสภาพพื้นผิว (Grinding – กรณีพื้นเดิมไม่เรียบ) : หากสภาพพื้นผิวเดิมมีความหยาบหรือขรุขระมาก ให้ใช้เครื่องขัดพื้น (ระบบน้ำ) ทำการขัดเปิดหน้าปูนจนกว่าจะได้ระดับที่เรียบเนียนหลังจากขัดเสร็จ ให้ล้างทำความสะอาดเศษปูนด้วยน้ำสะอาด แล้วปล่อยให้แห้ง
(หมายเหตุ: หากพื้นผิวเดิมมีความเรียบเนียนดีอยู่แล้ว สามารถทำความสะอาดและข้ามไปขั้นตอนลงน้ำยาได้เลย)
3. การลงน้ำยาเคลือบแข็ง (Hardener Application) : เมื่อพื้นผิวสะอาดและแห้งสนิท ให้เริ่มลงน้ำยาเคลือบแข็ง (Hardener) โดยใช้ลูกกลิ้งหรืออุปกรณ์พ่น
เกลี่ยน้ำยาให้ทั่วบริเวณอย่างสม่ำเสมอเทคนิคสำคัญ : สังเกตการดูดซึมของพื้น หากพื้นมีการดูดซึมน้ำยารวดเร็วมาก (Penetration is strong) จำเป็นต้องลงน้ำยารอบที่ 2 ซ้ำภายใน 1-2 ชั่วโมง
4. การกระตุ้นน้ำยาและทำความสะอาด (Moisturizing & Cleaning) : ก่อนเริ่มขั้นตอนขัดเงา ให้พรมน้ำลงบนพื้นผิวเล็กน้อยเพื่อให้ความชื้นช่วยพา น้ำยาซึมลึกลงไป (Wet the material)ใช้ม็อบถูหรือขัดเบาๆ เพื่อช่วยให้น้ำยาแทรกซึมได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นจากนั้น ล้างทำความสะอาด คราบน้ำยาส่วนเกินและคราบตะกอนสีขาว (White sediment) ที่ตกค้างบนผิวหน้าออกให้หมด
5. การขัดเงา (Polishing) : เมื่อพื้นผิวสะอาดและแห้งดีแล้ว เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายคือการใช้เครื่องขัดรอบสูง (High-speed Polisher) ขัดจนพื้นขึ้นเงาสวยงามตามต้องการ
ข้อมูลจำเพาะและคุณสมบัติทางเทคนิค
มุมมองส่วนการก่อสร้าง

